🪞

Lab 121 — การสะท้อนบนผิวเรียบและผิวขรุขระ (3D)

Regular vs Diffuse Reflection — ลำแสงขนานตกกระทบผิววัตถุ ปรับความขรุขระได้ · ทุกจุดยังเป็นไปตามกฎการสะท้อน (มุมตกกระทบ = มุมสะท้อน) แต่เส้นแนวฉากแต่ละจุดเอียงต่างกัน · ลากตาไปดูว่ามองเห็นแสงสะท้อนจากตำแหน่งใดได้บ้าง

3D · three.js KP Science simulation
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
🖱 ลากตา 👁 ไปตามแนวโค้ง (หรือใช้แถบเลื่อน) · คลิก/แตะจุดตกกระทบ (จุดขาวบนผิว) เพื่อดูเส้นแนวฉาก มุมตกกระทบ และมุมสะท้อนของจุดนั้น · ลากที่ว่างเพื่อหมุนมุมมอง · หมุนล้อ/ถ่างสองนิ้ว = ซูม · 📐 ภาพตัดด้านข้าง = มองตรงแบบรูปในหนังสือ · แถบโค้งสีเขียว = ตำแหน่งตาที่มองเห็นแสงสะท้อน
🪨 ผิววัตถุ
ความขรุขระ%
ผิวเอียงได้มากสุด ±0.00°
🔦 ลำแสงขนาน (กล่องแสงเลเซอร์)
มุมที่ยิง θ°
วัดจากแนวตั้งฉากกับผิวโดยรวม (แนวดิ่ง)
จำนวนลำแสง
📏 เส้นแนวฉาก · มุมตกกระทบ = มุมสะท้อน
จุดที่เลือก
—=—
มุมตกกระทบ θiมุมสะท้อน θr
—
👁 ตาผู้สังเกต
ตำแหน่งตา°
แสงสะท้อนที่เข้าตา
—
ตำแหน่งตาบนแนวโค้งที่มองเห็นแสงสะท้อน
—
📊 แสงสะท้อนทั้งหมด
ทิศแสงสะท้อน (จากแนวดิ่ง)
—
ช่วงที่กระจาย
—
ลักษณะการสะท้อน
—
🧭 สังเกตอะไร

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

ใช้ฉายหน้าห้อง 3–5 นาที

  1. เริ่มที่ 🪞 ผิวเรียบ (ค่าเริ่มต้น) — แสงสะท้อนออกไปเป็นลำขนานทางเดียว ดูที่ตา: เห็นแสงเข้าตา · กด แสดงเส้นแนวฉาก เส้นแนวฉากทุกจุดขนานกัน
  2. ลากตาออกจากแนวแสงสะท้อน (หรือกด ◀ −5°) — ไม่มีแสงเข้าตาเลย · แถบสีเขียวบนแนวโค้งแคบมาก
  3. กด 🪨 ขรุขระ — แสงสะท้อนกระจายหลายทิศ แถบสีเขียวยาวขึ้น ลากตาไปหลายตำแหน่งก็ยังเห็นแสง
  4. คลิกจุดตกกระทบสัก 2–3 จุด (หรือ ◀ ▶) — ทุกจุดมีมุมตกกระทบ = มุมสะท้อน แต่เส้นแนวฉากเอียงต่างกัน · กด 🔍 ซูมจุดที่เลือก ให้เห็นมุมชัด
  5. กด 📐 ภาพตัดด้านข้าง เทียบกับรูปในหนังสือ · ลอง ⛰ ขรุขระมาก จะเห็นบางลำแสงสะท้อนซ้ำสองครั้งในร่องผิว

คำถามชวนคิด

  1. ผิวขรุขระ "ไม่เป็นไปตามกฎการสะท้อน" จริงหรือไม่? ใช้ค่ามุมของจุดที่เลือกตอบ
  2. ถ้าลำแสงตกกระทบขนานกัน ทำไมแสงสะท้อนจากผิวขรุขระจึงไม่ขนานกัน?
  3. ทำไมเรามองเห็นกระดาษขาวได้จากทุกทิศ แต่มองกระจกเงาบางมุมแล้วแสบตา บางมุมไม่เห็นแสงไฟเลย?
  4. ถนนเปียกน้ำตอนกลางคืนทำไมสะท้อนไฟหน้ารถแสบตากว่าถนนแห้ง?
💡 ในแลปนี้ผิวขรุขระเป็นลอนในระนาบเดียว (ภาพตัดขวางเหมือนกันตลอดความกว้าง) แสงจึงสะท้อนอยู่ในระนาบเดียวกับรังสีตกกระทบ ดูง่ายเหมือนรูปในหนังสือ · ผิวขรุขระจริงเอียงได้ทุกทิศ แสงจึงกระจายออกนอกระนาบด้วย

1. กฎการสะท้อนของแสง

θi = θr (วัดจากเส้นแนวฉาก ณ จุดตกกระทบ)

2. ผิวเรียบ — แสงสะท้อนไปทางเดียว

ผิวเรียบ (เช่น กระจกเงา ผิวโลหะขัดมัน ผิวน้ำนิ่ง) มีเส้นแนวฉากทุกจุดขนานกัน ลำแสงขนานที่ตกกระทบจึงมีมุมตกกระทบเท่ากันทุกเส้น และสะท้อนออกไปเป็นลำแสงขนานในทิศเดียวกัน · ผู้สังเกตจะเห็นแสงสะท้อนก็ต่อเมื่อตาอยู่ในแนวลำแสงสะท้อนนั้นเท่านั้น

3. ผิวขรุขระ — แสงสะท้อนกระจาย

ผิวขรุขระ (เช่น กระดาษ ผนังทาสี ผ้า) มีส่วนเล็ก ๆ เอียงต่างกัน ที่แต่ละจุดแสงยังสะท้อนตามกฎการสะท้อน แต่เส้นแนวฉากของแต่ละจุดไม่ขนานกัน ลำแสงขนานที่ตกกระทบจึงมีมุมตกกระทบต่างกัน และสะท้อนออกไปหลายทิศ ผู้สังเกตจึงมองเห็นแสงสะท้อนได้จากหลายตำแหน่ง — เป็นเหตุผลที่เรามองเห็นวัตถุส่วนใหญ่รอบตัวได้จากทุกทิศ

ถ้าผิว ณ จุดนั้นเอียงทำมุม α กับแนวระดับ และลำแสงยิงทำมุม θ กับแนวดิ่ง
มุมตกกระทบ = มุมสะท้อน = |θ − α| · ทิศของรังสีสะท้อนจากแนวดิ่ง = θ − 2α

ดังนั้นถ้าผิวเอียงไป α รังสีสะท้อนจะเบนไป 2α — ผิวที่เอียงได้ ±αmax ทำให้แสงสะท้อนกระจายได้กว้างราว 4αmax (ร่องลึกมากอาจทำให้แสงสะท้อนซ้ำสองครั้ง)

อ้างอิงมโนทัศน์: หนังสือเรียน สสวท. หน้า 162–163 (การสะท้อนของแสงบนผิวเรียบและผิวขรุขระ) · ในแลปนี้ความขรุขระ 100% = ผิวเอียงได้มากสุด ±40°